Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

ความฝันสีม่วง โดย ปรัศนาลักษณ์

 “ไม่ดังไม่กลับ” 
      ฉันหัวเราะ ประโยคที่ปานเอ่ยบอกด้วยเสียงสูงๆ ลอยหน้าลอยตาประกอบท่วงท่ามีจริต หลังจากฉันถามเธอ ไม่เบื่อกรุงเทพฯหรือปาน
      “ที่จริงก็อยากกลับอยู่หรอกเจ๊ แต่ไม่ได้ ไปแล้วต้องไปให้ดี คนแถวนี้มันดูถูกกันเยอะ บ้านเรานี่ละ ตัวดีเชียว” 
      “หืม” 
      ฉันได้แต่พยักหน้า
      คำตอบของปานทำให้นึกถึงเพลง พุ่งพวง ดวงจันทร์
      “...มาอยู่เมืองกรุง ใจก็มุ่งแต่อยากจะดัง ด้วยความหวังอยากจะเป็นดารา ลำบากลำบนก็จะทนก้มหน้า ก่อนจะจากบ้านนา เพื่อนมันว่าให้อาย...” 


      ตัวฉันเองไปอยู่กรุงเทพฯหลายปี ตั้งแต่เรียนจบมัธยม สอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลในกรุงเทพฯได้
แม่ดีอกดีใจป่าวประกาศทั่วทั้งอำเภอ เอาเข้าจริงฉันกลับไม่ทำให้สมหวังตลอดรอดฝั่ง
เรียนจบจับงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ความฝันหักเหไม่รู้ทิศทาง
อยู่เมืองหลายปีผิดหวังกับอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างทั้งเรื่องงานเรื่องคนทั้งชีวิตที่จำเจเป็นหุ่นยนต์ตั้งโปรแกรม

ยายทิ้งมรดกไว้ให้แบ่งสันปันส่วนกับพี่ป้าน้าอา แม่ได้ที่สวนริมน้ำมาไร่กว่าๆ
สำหรับเราแค่นี้ก็มากโข แม่เป็นข้าราชการไม่คิดเปลี่ยนใจไปจับจอบถือเสียมได้แต่จ้างคนแถวนั้นมาดูแลแทน
รอท่ามีคนมาให้ราคาดีๆเผื่อจะขายไปซื้อตึกแถว
แต่ฉันกลับอยากมาเป็นชาวสวนเหมือนยายคิดถึงท้องทุ่งโหยหาบรรยากาศชนบท
ไม่ทันนึกว่า ตอนจากไปเพิ่งจบชั้นมัธยมมันผ่านมาหลายปี เรายังเปลี่ยนไปแล้วอะไรที่นี่จะห้ามไม่ให้แปรได้อย่างไร
     
      กว่าจะรู้ก็เมื่อกลับมาแล้ว
      ...
     

      หลายปีก่อน
      “ไอ้ปานมันแปลกๆ” 
      แม่ตั้งข้อสังเกตตอนเด็กชายปานมาเที่ยวบ้าน บ้านเราอยู่ซอยเดียวกัน แต่บ้านหลังใหญ่ของปานอยู่ท้ายซอย
ปานเป็นลูกคนเล็กของครอบครัวตระกูลใหญ่โต ต่างมีกิจการภายในวงศ์วานญาติเครือ
บางคนเล่นการเมืองท้องถิ่น นามสกุลอย่างปานเป็นที่เกรงใจของใครต่อใครทั้งอำเภอ
     

       น้องชายคนเล็กสนิทกับปาน เรียนอยู่ชั้นเดียวกันแต่คนละโรงเรียน
ปานลูกคนมีเงินพ่อแม่ส่งไปอยู่โรงเรียนประจำชายล้วนค่าเทอมแพงในตัวจังหวัด กลับบ้านเฉพาะวันหยุด
ปานมาหาน้องชายฉันเสมอ
      

     เช้านั้นวันเสาร์ พระอาทิตย์ไม่ทันขึ้นดี จีวรพระยังปลิวไสวไม่พ้นตา ปานปั่นจักรยานมาแล้ว
เสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งมาแต่ไกล น้องชายกำลังใส่รองเท้าผ้าใบก่อนวิ่งเหยาะๆอยู่กับที่ทีท่าแข็งแรง
เขากำลังเห่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ฉันยังงัวเงียตื่นไม่เต็มตายืนพิงขอบประตูมองตามหลังน้องชายออกวิ่งชกลมเป็นจังหวะ
มุ่งมั่นขนานคู่ล้อจักรยานของปาน


      “มันคิดว่ามันจะไปแข่งกีฬาเขตมั้งแม่” 
       ฉันปิดปากหาวหวอด
       “ทำไมมันต้องนุ่งสั้นขนาดนั้น” 
       “อะไรสั้น” 
       ฉันฟังไม่ทัน
       “กางเกงไอ้ปาน” 
       “แฟชั่นไงแม่” 
       “มันเขียนขอบตามาด้วย” 
       แม่ตั้งข้อสังเกต
        “เฮ้ย แม่ มันนอนดึกหรือเปล่า ขอบตาเลยดำๆคล้ำๆ” 
       “มันทาลิปสติก” 
       แม่นิ่งไปครู่หนึ่ง
       “สีชมพู ชมพูแน่ๆ” 
      
แม่ยืนยัน ปานจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรไม่เกี่ยวกับเรา
น้องชายของฉันต่างหากที่ถูกแม่ซักไซ้เป็นการใหญ่ สนิทกับปานจะกลมกลืนบ้างหรือเปล่า

       “ไอ้ปานมันประชดพ่อ” 
        พ่อปานมีเมียน้อย เขาอยากได้ลูกสาว แม่ปานมีลูกชายทั้งสามคน ฟังดูไม่เข้าท่า
จะลูกชายลูกสาวอย่างไรก็ลูกเหมือนกัน ผิดพลาดเพราะตัณหาราคะกลับโทษภรรยา
ไม่สามารถสนองตอบความต้องการทางด้านจิตใจ


      ปานเองคงไม่ได้ตั้งใจประชดพ่อหรอกเรื่องกลายเป็นผู้หญิง ของแบบนี้ใช่อยู่ที่ร่างกายอย่างเดียว
      ป้าของฉันอยู่ใกล้บ้านปาน
      “พอรู้แน่ว่า ปานเป็นกะเทยเท่านั้น” 
       ป้ารีบมาส่งข่าว
       “พ่อมันเตะ ฟกช้ำดำเขียวไปหมด” 
       ฉันนึกโมโหแทน เขาอยากได้ลูกสาวนักไม่ใช่หรือ

       ฉันกำลังหันหลังจัดหนังสือเรียงเข้าชั้น ปานส่งเสียงแหลมสูงทักทายมาแต่ไกล
       “คิดยังไง อีเจ๊ มาเปิดร้านเช่าหนังสือ อู๊ย ใครจะอ่านกัน” 

       ยิ้มกว้างให้ปานพลางยื่นมือจับทักทาย เราไม่เจอกันตั้งนาน
       ชีวิตชาวสวนของฉันไม่ง่ายเหมือนอย่างที่วาดไว้ในอากาศ จับจอบครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบสิบปีมาแล้ว
หญ้าสักกระจุกยังไม่เคยถอนตั้งแต่ไปอยู่เมือง รดน้ำแต่ดอกไม้ในกระถางแขวนใต้ชายคาอพาร์ตเม้นต์
ลองลากสายยางเส้นใหญ่ในสวนแทบคะมำตามแรงยื้อ
ทดลองขุดดินปลูกข้าวโพดไม่กี่แปลงมือแตกแสบผิวพองกว่าข้าวโพดจะออกฝักขาย
หมดค่ายาแก้ไข้หวัดแดดไปหลายสตางค์ หนักเข้า ตัดสินใจเปลี่ยนทางมาทำร้านหนังสือเช่าแทน
ใกล้โรงเรียนที่เคยเรียนมีห้องแถวไม้เก่าๆว่างอยู่ห้อง
เจ้าของคิดราคาไม่แพงแต่เสียค่าเซ้งเป็นรายปีไม่ต่างจากบางที่ในกรุงเทพฯ


       “โน่น เด็กมันข้ามไปเล่นเกมกันหมดแล้ว” 
       ปานบุ้ยใบ้ให้มองไปอีกฝั่งถนน
      ตรงข้ามกัน กั้นด้วยถนนสองเลนเป็นตึกแถวใหม่ใกล้ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ล้วนเป็นร้านค้าทันสมัย
ทั้งร้านเกมออนไลน์ มินิมาร์ท ๒๔ ชั่วโมง ร้านไอศกรีมสีสันบาดตา ถัดมาเป็นร้านตัดขนหมา
ร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า ห้องริมสุดเป็นห้องซ้อมดนตรีกระจกใส
ถัดไปเป็นลานกว้างโล่งมีตลาดนัดที่นี่ทุกวันอาทิตย์กับวันพฤหัส


      ปานพูดถูก ห้องแถวไม้อยู่มานานตั้งแต่ฉันยังเรียนที่นี่ ร้านจักรยานเก่าๆนานๆจะมีลูกค้า
คนในชุมชนหันไปใช้มอเตอร์ไซค์กันหมดแล้ว ตอนฉันกลับมาใหม่ๆได้ยินรถโฆษณาขายดาวน์มอเตอร์ไซค์ ๘๐๐ บาท
ฉันยังตกใจ ถึงบางอ้อเมื่อรู้ว่า ดอกเบี้ยแพงหูฉี่
ติดกับร้านจักรยานเป็นร้านขายของชำที่เจ้าของชำที่เจ้าจองร้านหันไปปล่อยเงินกู้นอกระบบแทน
รายได้ดีกว่านั่งขายของ สู้กับมินิมาร์ทฝั่งตรงข้ามไม่ได้ ร้านอาหารตามสั่งเงียบเหงาเช่นกัน

       ยังไม่รู้ ร้านเช่าหนังสือของฉันห้องถัดมาจะเป็นอย่างไร
       “นี่ ได้ข่าวว่า โลตัสจะมาตั้งตรงตลาดนัดจะเจ๊” 
       ปานบอก
        “อ้าว คนบ้านเราจะทำไง พวกพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด” 
      
       ปานส่ายหน้า
       “ที่อื่นเขากำลังต่อต้าน” 
       “ที่นี่ไม่มีใครสนใจหรอกเจ๊” 
       “ปานล่ะ คิดยังไง” 
       ฉันถาม
       “ไม่คิด ยุ่งแค่เรื่องตัวเองก็พอไม่อยากยืนขาแข็งทำผมตลอดไป” 
       ปานจบม.๓ ไม่อยากเรียนต่อ แม่พาไปฝากร้านเสริมสวยคนรู้จักในกรุงเทพฯ
       “ทำไมไม่เรียนต่อนะ ปาน” 
      ฉันเคยแนะนำ
       “เรียนให้จบ ม.๖ ก่อนดีไหม” 
        “อยากทำอย่างอื่นมากกว่า อยากให้ใครๆยอมรับว่าเป็นผู้หญิง โดยเฉพาะพ่อ” 
      

      ไม่แค่พูด ปานพยายามทำ แสดงให้คนอื่นเห็น บางครั้งอาจดูมากเกิน ปานแต่งตัวจัดด้วยเสื้อผ้าผู้หญิงทันสมัยสีสันฉูดฉาด เริ่มกินยาคุมหวังปรับสภาพร่างกายภายนอก พาตัวเองไปปรากฏตัวตรงนั้นตรงนี้ให้ใครๆเห็นว่าปานมีตัวตน

กระทั่งวันคัดเลือกทหารเกณฑ์ในอำเภอปานยังแกล้งไปส่งเสียงเชียร์เด็กหนุ่มที่ตัวเองถูกใจเป็นที่ขบขันของคนที่พบเห็น
      
ที่จริงฐานะอย่างปานจะเรียนโรงเรียนเสริมสวยชื่อดังแค่ไหนก็ได้
แต่เงินอยู่ที่พ่อของปาน ตอนนี้เขาเกลียดปานเสียแล้ว พ่ออายชาวบ้าน ไหนจะญาติพี่น้อง
ปานไม่อยู่เงียบๆเป็นอย่างไรก็แสดงออกโฉ่งฉ่าง ซ้อนมอเตอร์ไซค์กะเทยวัยรุ่นด้วยกันแถวบ้านเที่ยวไปทั่ว
กรี๊ดกร๊าดโต้คารมกับเด็กหนุ่มใจกล้าที่ตะโกนหยอกด้วยถ้อยคำสองแง่สองง่าม
บางวันตะโกนด่าคนช่างนินทาพูดเรื่องปาน นานเข้านึกเบื่อชีวิตที่ผ่านไปแต่ละวันตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ

       ในความรู้สึกเด็กต่างจังหวัดตามอำเภอเล็กๆอย่างเรามีทางเลือกไม่มากนัก โลกที่อยู่แสนจะคับแคบ
ขนาดนั่งรถประจำทางแถวบ้านยังกลัวลงไม่ถูก
หนทางในชีวิตยิ่งยากเย็นกว่าห้องแนะแนวมีไว้สำหรับเด็กตั้งใจเรียน
ไม่ใช่เด็กเรียนผ่านเพียงแลกเกรดเอาจบ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเดินเข้าห้องสอบเรียนต่อไปแล้ว
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ไอ้ที่เลือกเรียนต่อไปนั้นตามใจฝันหรือตามตัวเพื่อนกันแน่หนอ

       ปานเพิ่งเรียนจบ ม.๓ กะเทยแถวบ้านไม่มีแม่แบบที่ดีให้แกะพิมพ์ ที่สำคัญยังไม่เห็นใครสวยเท่าปาน ถ้าปานเป็นเด็กหนุ่มฉันคงแอบมอง ตอนน้องชายไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ฉันพาเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า เราพบปานโดยบังเอิญ ปานจูงมือน้องชายฉันหลบไปยืนคุยสองต่อสองใกล้บู๊ธขายของข้างบันไดเลื่อน ฉันได้ยินพนักงานสาวคุยกัน

       “เสียดายเนอะ แม่ง...เสียของ เกิดมาหล่อทำไมวะ” 
        ผมของปานยังสั้นเกรียนอยู่เลยตอนนั้นแต่ลักษณะท่าทางแสดงออกชัดเจน

        พบกันอีกครั้งที่ร้านของฉัน...ปานเปลี่ยนไปเกือบจำไม่ได้
        ปานอายุ ๑๙ สวยราวสาวแรกรุ่น รูปร่างบอบบางมีอก เอว สะโพกผาย ผมยาวดำเป็นมันเหยียดตรงเลยบ่า ผิวขาวเนียนอมชมพู ฉันเห็นเต็มตาแล้วตกใจ ไม่คิด ปานสวยได้มากขนาดนี้

        ฉันโทรศัพท์เล่าให้น้องชายฟัง เขาสองคนห่างเหินกันไป ช่วงหลังน้องชายคร่ำเคร่งกับการเรียน
ปานเองมีโลกส่วนตัวอยู่ในกลุ่มเดียวกัน น้องชายหัวเราะที่ฉันตื่นเต้นกับความเปลี่ยนแปลงของปานจนเก็บไว้ไม่อยู่ราวกับว่า ปานกลายเป็นคนดังไปจริงๆเหมือนที่เคยเพ้อเคยฝันจะทำให้คนแถวบ้านเปลี่ยนความคิดเสียใหม่

        น้องชายตำหนิปานเรื่องไม่เรียนหนังสือ ปานทำอะไรไม่รู้เรื่อยเปื่อยไปวันๆ อายุจนป่านนี้จับต้นชนปลายไม่ถูก
รู้แต่ว่า อยากเป็นผู้หญิงเต็มตัว ปานหายหน้าไปอีกครั้ง
ที่จริงต้องพูดว่า นานๆปานจะออกจากกรุงเทพฯกลับมาที่บ้านมาอยู่ราว ๒-๓ วันก่อนกลับไป
       
         ครั้งหนึ่ง แม่ปานมาที่ร้าน
         “ได้ข่าวบ้างไหม แถวนี้มีใครจะคืนห้องบ้าง” 
        “น้าจะทำอะไร” 
         ฉันสงสัย
        “ดูให้ปานมัน เผื่อจะกลับมาเปิดร้านเสริมสวย ปานมันพอทำได้บ้าง หาจ้างช่างอีกสักคนไม่ไหว อยากให้กลับแล้ว อยู่ทางโน้นเอาแต่เที่ยว”   แม่ปานเบาเสียงลง


        “มันรู้จักคนมากก็รู้มากเหลือเกิน นี่อยากจะผ่าไอ้นั่นแล้ว ยังไม่อยากให้ทำ แค่นี้ชาวบ้านชาวช่องพูดกันไปถึงไหน ถ้ามากกว่านี้ พ่อมันคงไม่ยอม” เล่าพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
        “เดี๋ยวนี้มันทำไอ้นั่นไอ้นี่ ที่ร้านก็ช่วยกันจนมันสวยกว่าเดิมเยอะ” 
        
        “ไม่ดีหรือ น้า” ฉันไม่เข้าใจ
        “กลัวมันใจแตก เอากลับมาดีกว่า อยู่บ้านเราไม่ค่อยเจอใคร เผื่อเพลาๆลงบ้าง” 
        ไม่กี่วันต่อมา ปานแวะมาหาแต่เช้า
         “ในร้านมีตำราตั้งชื่อไหมเจ๊ กลับมาเปลี่ยนชื่อ ด่วนเลย” 
        “นี่ร้านหนังสือเช่า ไม่ใช่ห้องสมุดนะหนูปาน” 
        “ทำไงดี ช่วยคิดหน่อยได้ไหมเจ๊ จะทำให้เสร็จๆวันนี้เลยต้องรีบกลับ” 
       

       ปานทำท่าจริงจัง ฉันพยายามช่วยคิด
       นึกถึงชื่อลูกเพื่อนบ้าง นางเอกนวนิยายที่เคยอ่านบ้าง ชื่อดาราบ้าง เอามาผสมปนเป
ที่สุดสองคนกับปานพอใจชื่อของลูกสาวเพื่อนรุ่นพี่ฉันคนหนึ่ง ความหมายดีทีเดียว
      

        ปารีณา...ให้ลุถึงฝั่ง
        ปานชวนฉันกินข้าวเย็นด้วยกัน หลังจากเสร็จเรื่องแจ้งเปลี่ยนชื่อที่อำเภอ ปานแวะมาบอกว่าไปหาเพื่อน
เย็นๆจะมาใหม่แต่ฉันไม่เจอปานอีกจนเช้าวันรุ่งขึ้น
        

เจ้าของห้องเช่าเดินมาคุยกับฉัน หลานของนางจะกลับมาอยู่ด้วยตั้งใจจะปรับปรุงห้องเช่า อาจต้องรื้อปลูกใหม่ให้ดีกว่าเดิมหรือสร้างเป็นตึกแถวเหมือนฝั่งตรงข้ามแต่อย่างไรจะรอให้หมดสัญญาเช่าเสียก่อน นางเปิดโอกาสให้ผู้เช่ารายเก่าได้มีโอกาสจับจอง


        ฉันรู้ดี ราคาค่าเช่าคงสูงขึ้นเกินกว่าจะมีรายได้พอจ่าย ทุกวันนี้ลูกค้าหมุนเวียนแต่หน้าเดิม นานๆจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้น ไม่มีใครอ่านหนังสืออย่างจริงจัง เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ต้องคร่ำเคร่งกับตำราเรียนเพื่อแข่งขันในสนามสอบ เวลาว่างเลือกอยู่ระหว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์กับหน้าจอโทรทัศน์ ผู้ปกครองบางคนห้ามไม่ให้ลูกอ่านการ์ตูน เด็กเล็กบางคนยังไม่ถนัดในการอ่านหนังสือร้อยแก้วที่ยาวต่อกันเป็นพืด เมื่อการ์ตูนถูกห้ามอ่านจึงไม่สะสมพื้นฐานการอ่านใดๆไว้ทั้งนั้น
รายจ่ายคงที่ขณะรายรับลด ฉันปิดบัญชีไม่ลงตัว หนังสือยังต้องซื้อเข้าร้านแทบทุกวัน ค่าเช่าทำท่าจะขึ้นตามมา ความเปลี่ยนแปลงอาจเริ่มหลังจากลานกว้างฝั่งตรงข้ามขึ้นโครง กลายเป็นห้างโลตัสขนาดย่อม


        ห้องแถวไม้เก่าฝั่งนี้กำลังจะถูกรื้อ ร้านจักรยานบ่นพำว่า สงสัยต้องหันไปรับซื้อของเก่าแทน ร้านขายของชำหาลู่ทางขายโทรศัพท์มือถือหลังจากลองรับบัตรเติมเงินมาขายนักเรียน มันขายดีกว่าเครื่องเขียนเสียอีก
ฉันพบปานอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นหลังจากปานเปลี่ยนชื่อจริงเรียบร้อยแล้ว


         “เป็นไงบ้าง” 
          ปานนอนอยู่ที่โรงพยาบาล คืนดึกปานไปเที่ยวกับเพื่อน ขากลับขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านแคมป์คนงานก่อสร้างกำลังนั่งดื่มเหล้า ๓-๔ คนขี่รถไล่หลังปาน ตะโกนหยอกด้วยถ้อยคำหยาบคาย ปานหันไปโต้กลับด้วยความโมโหก่อนถูกพวกมันกระชากตัวลงข้างถนน
         “ไม่เป็นอะไรหรอกเจ๊ ไม่เป็นจริงๆ”  ฉันกุมมือปานไว้
         “แค่ตรวจร่างกายเนอะ”  ฉันปลอบ ปานนิ่งไปครู่หนึ่ง
         “เจ๊ บ้านเรามันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ” เราสบตากัน ขนตางอนสวยเป็นแพของปานชื้นไปด้วยน้ำตา ฉันบีบมือปานไว้แน่นด้วยความห่วงใย

         ฉันปิดร้าน กลับเข้ามาอยู่ที่บ้านแม่ ตั้งใจจะอยู่นิ่งๆสักพักค่อยคิดทำมาหากินอย่างอื่น คราวนี้อาจได้ฝึกเป็นชาวสวนจริงจังเสียที   แม่ตะโกนเรียกเสียงดังมาจากข้างนอก ตรงหน้าโทรทัศน์ มีรายการยามดึก
         “มาดูไอ้ปาน เร็ว”  ฉันเปิดประตูห้องนอนออกมา
         “นั่น นั่น ไอ้ปานใช่ไหม” 

ผู้เข้าประกวดหมายเลข ๑๓ นางสาวปารีณา...
ฉันเพ่งมองอย่างคาดไม่ถึง ปานกำลังเดินอยู่บนเวทีประกวดสาวประเภทสอง ระดับประเทศ
ด้วยชื่อใหม่ที่เราช่วยกันเลือกในวันนั้น


        นางสาวปารีณาสวยสง่าถึงไม่ใช่ที่สุดแต่ก็ผ่านเป็นหนึ่งในสิบคนรอบคัดเลือกในการประกวดครั้งนี้
        คนได้ที่หนึ่งอายุมากกว่าปาน ไม่เพียงสวย แต่ตอบคำถามกรรมการดีกว่า
        “บอกแล้ว ให้เรียนสูงๆ”   แม่บ่นพำ ปานพูดจาวกวนในประโยคค้นหาคำตอบไม่เจอ บางทีอาจประหม่าก็เป็นได้
       

“...หากวันหนึ่งที่ผิดพลาด ขอแค่ไม่หัวเราะเยาะและซ้ำเติมก็พอค่ะ” 
        นางสาวปารีณาให้สัมภาษณ์ลงนิตยสารฉบับหนึ่งหลังการประกวดผ่านไป

ฉันมองภาพถ่ายของปานที่ลงประกอบกัน
เหมือนได้ยินเพลงพุ่มพวง ดวงจันทร์
        “เมื่อสุริยนย่ำสนธยาหมู่นกกาก็บินมาสู่รัง
        ให้มาคิดถึงท้องทุ่งนาเสียจัง ป่านฉะนี้คงคอยหวัง เมื่อไหร่จะกลับบ้านนา
        ...
        ...ไม่เด่นไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป
       ทุกวันคืนนอนร้องไห้ อีกเมื่อไหร่ จะโชคดี”
 




MAIN MANU
Home
Editor On Tour
Member
Web Board
Contact Us
About Us
Lesbian Zone
Lesbian Secret (18+)
Variety Zone
Cooking Book
Lesbian Books & Movie Review
Horoscope
It & Program Free Zone
Lesbian Health
News & Event
FRIENDS LINK
สำนักพิมพ์สีม่วงอ่อน
เรื่องลับ ๆ ฉบับ Lesbian
เลสล่าไนซ์
ฟ้าสีรุ้ง กิจกรรมดีดีของกลุ่มชายรักชาย
ทอมดี้ไทย ถูกใจวัยทีน
สะพาน เพื่อนหญิงรักหญิง
รู้ไว้ ป้องกันได้ เมื่อมีรัก
หนังสือ @Tom Act
การ์ตูนทอมดี้

 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.lovepattaya.com