Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

คำสั่งสุดท้าย : ชัญวลี ศรีสุโข

คำสั่งสุดท้าย : ชัญวลี ศรีสุโข

            คนไข้รายนั้นหอบเหนื่อยมาก หน้ากากออกซิเจนครอบอยู่บนหน้า กระนั้นรูจมูกยังบานพะเยิบพะยาบ ร่องไหปลาร้าบุ๋มลึกยามสูดลมหายใจอย่างลำบากเข้าไปแต่ละครั้ง เพียงแต่เดินเข้าไปใกล้ก็เห็นดวงหน้าที่เซียว ปลายมือปลายเท้าสีซีด เรือนร่างผ่ายผอม ยกเว้นท้องที่นูนเห็นเด่นชัด เธอตั้งครรภ์ไปแปดเดือนเต็ม
 
             “คุณอุ่นเรือนอายุ ๒๒ ปี เป็นไข้มาสามวัน มีอาการหอบเหนื่อย” พยาบาลบอกฉันเพียงนั้น แต่เมื่ออ่าประวัติในแผ่นการรักษาของแพทย์ ฉันรู้ว่าเธอเป็นโรคเอดส์ ไม่มีสามี ตั้งครรภ์มาจากกรุงเทพฯ อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ไม่เคยฝากครรภ์ที่ไหนมาก่อน พ่อแม่ไม่เห็นลูกสาวออกจากบ้านเลยไปดู พบว่าเธอนอนซมเป็นไข้ จึงพามาโรงพยาบาล
 
             “หมอ...” เธอเอื้อมมือสั่นสะท้อนปลดหน้ากากออกซิเจนออก แล้วพูดว่า “วันนี้...ลูก...ไม่ดิ้น...เลย”
            ลูกไม่ดิ้น...นี่แหละที่ฉันมาดูอาการของเธอก็ด้วยเรื่องนี้ อายุรแพทย์ผู้ดูแลเธอบอกฉันว่า เธอติดเชื้อพีซีพีในปอด ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้บ่อยในคนในเอดส์ระยะสุดท้าย เชื้อนี้รุนแรงมากจนทำให้ระบบหายใจล้มเหลว แม้ในยามฆ่าเชื้อเต็มที่ ดูแลเต็มที่ อาการก็ไม่ดีขึ้น เธอทรุดลงเรื่อยๆ เข้าใจว่าเธออาจจะไม่รอด ถ้าเธอตายลูกในท้องต้องตายตามแน่นอน แล้วตอนนี้ ตอนที่เธอยังมีลมหายใจอยู่ เรื่องลูกในท้องจะทำอย่างไรดี...อายุรแพทย์ปรึกษาฉัน สูติ-นรีแพทย์
 
            คนไข้โรคเอดส์ตั้งครรภ์ที่ไม่ได้รับยาต้านไวรัสมาก่อน โอกาสลูกในครรภ์ติดเชื้อเอดส์ก็ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ลูกในครรภ์อายุแปดเดือน น้ำหนักน่าจะได้ประมาณใกล้สองกิโล...น่าจะรอด เพียงต้องเลี้ยงในตู้อบอีกสักช่วง แต่ถ้าเอาเด็กออกจากท้องแม่ตอนนี้ แม่จะต้องตายทันที เพราะแม่อาการหนักเช่นนี้ คงไม่สามารถทนการให้ยาชา ยาสลบ และการเสียเลือดจากการผ่าคลอดได้เลย
 
            ฆ่าแม่เอาลูก...เช่นนั้นหรือ เพียงคิดฉันก็รู้สึกเจ็บปวด แต่ถ้าไม่เอาเด็กออกมีหวังตายทั้งแม่ทั้งลูก
             “หัวใจเด็กเต้นดีไหม” ฉันหันมาถามพยาบาล ประเมินสภาพของเด็ก
             “ปกติดีค่ะ ร้อยสี่สิบครั้งต่อนาที ตกลงหมอวางแผนอย่างไรต่อคะ” พยาบาลถาม
             “ยังไม่รู้เลย” ฉันบีบขมับตน มองดูอุ่นเรือน แม้เธอหอบมาก แต่เธอยังมีสติดี ไม่รู้ว่าเธอรู้หรือไม่ว่าเวลาของเธอเหลือน้อยเต็มทนแล้ว เธอยังถามอย่างห่วงใยลูกว่า
             “ลูก...ไม่ดิ้น...ลูก...จะ...เป็น...อะไร...หรือ...เปล่า”
             “ตอนนี้หัวใจเด็กได้ยินดีค่ะ คุณอุ่นเรือนทำใจให้สบาย ลูกยังไม่เป็นไร”
             “หมอ...ถ้า...หนู...เป็นไร...” เธอสบตาฉัน หอบจนตัวคลอน “หมอ...ช่วย...ลูก...ด้วย”
 
            ฉันสะอึกกับคำพูดนั้น นี่แหละคือความรักของแม่ ความรักที่บริสุทธิ์ปราศจากความเห็นแก่ตัว ฉันเชื่อ...ถึงแม้ฉันจะบอกความจริงว่า...หากหมอช่วยลูก อุ่นเรือนต้องจบชีวิตลง เธอก็คงยินยอมอย่างยินดี...ไม่อาจตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ฉันจึงให้พยาบาลตามญาติของคนไข้มาพบ
 
            พ่อแม่ของอุ่นเรือนอยู่ในวัยชรา แต่งตัวแบบชาวไร่ชาวนาทั่วไป ท่าทางเกรงๆ หมอและพยาบาล เมื่อเข้ามาในห้องพัก พวกเขาไม่กล้านั่งที่เก้าอี้ ได้แต่ยืนตัวลีบ จนฉันกล่าวซ้ำว่า “คุณลุงคุณป้านั่งก่อน...” เมื่อพวกเขานั่งเรียบร้อย ฉันจึงเริ่มปรึกษา “คุณลุงคุณป้า เป็นพ่อของอุ่นเรือนใช่ไหม”
 
             “ครับมันเป็นลูกคนที่สิบเอ็ด” ชายชราตอบ ท่าทางเขาสบายใจขึ้น เมื่อฉันถามอย่างไม่รีบเร่ง
             “คุณอุ่นเรือนตอนนี้ท้องแปดเดือน เด็กในท้องยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้คุณอุ่นเรือนหอบเหนื่อยมาก คุณลุงคุณป้าก็เห็น หมอดูแลในยาเต็มที่แล้วก็ไม่ไหว ปอดแม่ติดเชื้อมาก โอกาสรอดน้อยเต็มที ถ้าไม่ทำอะไร อาจจะไม่ได้ทั้งแม่และลูก”
             “หมอเอาลูกมันออกไปเลย ให้แม่มันรอด ลูกมันตายก็ช่างเถอะ” หญิงชราบอก เธอยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตา ฉันถอนหายใจ เพราะมันเป็นทางตรงกันข้าม
 
             “คุณลุง คุณป้า ถ้าหมอผ่าตัดเอาเด็กออกจากท้องแม้ ลูกอาจจะรอด แต่แม่อาจจะเสียชีวิตเร็วขึ้น แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย แม่กับลูกมีหวังไม่รอด” ชายหญิงชรามองหน้าฉันอย่างไม่เข้าใจ
             “หมอ เอาว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้แม่รอดก็พอ”
 
             “คุณลุงคุณป้า” ฉันพยายามอธิบายต่อ “คุณอุ่นเรือนอาการหนักมาก อย่างไรคงไม่รอด จะช้าจะเร็วเท่านั้น หมอถามตรงๆ ว่าคุณลุงคุณป้าจะเอาหลานในท้องของคุณอุ่นเรือนไหม ถ้าเอาหมอจะผ่าออกให้ แต่แม่คงจะเสียชีวิตในไม่ช้า”
             “อีอุ่นจะต้องตายหรือหมอ หมอต้องช่วยมัน ต้องช่วยมัน อย่าให้มันตาย...อีอุ่น...อีอุ่น” หญิงชราคร่ำครวญมือปิดหน้าร้องไห้ พ่อของอุ่นเรือนกัดกรามทำตาแดงๆ พูดอย่างตัดสินใจ “แล้วแต่หมอก็แล้วกัน”
 
            กลับเข้าไปดูอาการของอุ่นเรือนอีกอย่างลำบากใจ ใช้เครื่องอุลตร้าซาวน์ตรวจทารกในครรภ์ พบว่าแม้เด็กยังมีชีวิตอยู่ แต่หัวใจเต้นอย่างอ่อนแรง ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีการหายใจ ประเมินน้ำหนักเด็กจากโปรแกรมในเครื่อง หนึ่งกิโลกับอีกเจ็ดขีดเท่านั้น
 
             “คุณอุ่นเรือน” ฉันคุยกับมารดาที่อาการแย่ลงอีกอย่างรวดเร็ว ปลายมือปลายเท้าเริ่มเขียวจางๆ เธอเหนื่อยจนแทบพูดคุยไม่ได้
 
             “คุณจะให้หมอผ่าเอาลูกออกไหม ถ้าอยู่ในท้องเด็กคงแย่ แต่ถ้าผ่าออก หมอก็ไม่รู้ว่าคุณจะทนไหวไหม”
 
             “หมอ...ฉัน...ยอม...ตาย...เอา...ออก...เถอะ...ขอ...ลูก...รอด” อุ่นเรือนพูดๆ หยุดๆ ขณะหอบตัวโยน มือสั่นเทายกไหว้ เมื่อฉันรับไหว้คล้ายให้คำสัญญา ตาเธอใสแจ๋วขณะปรากฏรอยยิ้มบางๆ ตรงข้ามกับอาการหายใจที่หนักหนาเหลือเกิน
 
             “หัวใจเด็กเต้นไม่ปกติ แค่ร้อยครั้ง ไม่สม่ำเสมอ” พยาบาลที่เฝ้าอาการร้องบอกฉัน ตอนนี้ความดันโลหิตอุ่นเรือนตกเหลือแค่เจ็ดสิบสามสิบ
 
             “บอกห้องผ่าตัดให้เตรียมผ่าตัดคนไข้คลอดตอนนี้เลย” ฉันตัดสินใจ