Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register

ประกาศ รายชื่อ ผลิตภันฑ์ ลดความอ้วน อาหารเสริมเป็นอันตราย

เทรนเกาหลีแรง เตือนสาวอยากผอมกินยาลดอ้วน"พิงค์เลดี้-บอดี้บาลานซ์-แอล คานีทีน"เสี่ยงอันตราย

เมื่อเวลา 10.30 น.  วันที่ 23 พฤศจิกายน  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), องค์กรอาหารและยา (อย.) และเครือข่ายคนไทยไร้พุง ได้จัดแถลงข่าว "โฆษณาลดอ้วนไร้มาตรฐานปี 52" และร่วมเสวนา "สถานการณ์เด็กอ้วน vs การยกระดับมาตรฐานคลินิกลดความอ้วน" เพื่อประชาสัมพันธ์วิธีการลดความอ้วนสำหรับประชาชนและแนวทางการพัฒนา ยกระดับมาตรฐานคลินิกลดน้ำหนัก พร้อมกล่าวถึงปัญหาที่เกิดจากโรคอ้วน และการเข้าใจผิดถึงวิธีการลดความอ้วนด้วยอาหารเสริมหรือยาลดน้ำหนักที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค

 

สำหรับ 10 อาหารเสริมลดอ้วน กาแฟลดอ้วนที่เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง หรือ มีสารต้องห้ามเจือปน ได้แก่

1. ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม พิงค์เลดี้ พียาพิงค์ อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงและเป็นอาหารปลอม โดยชื่อผู้ผลิตและสถานที่ผู้ผลิตไม่มีอยู่จริง

 

2. ผลิตภัณฑ์สมุนไพรลดอ้วนขจัดไขมันส่วนเกิน เทอย่า พิงค์ ที่รับปประทานแล้วจะเกิดอาการคลื่นไว้อาเจียนและท้องเสีย


3.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เทวนตี้ โฟร์ อินซ์ (เลขสารระบบอาหาร อย.10-1-04742-1-0034) และผลิตภัฑ์อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ไวท์ สเลนด์ ลักษณะแคปซูลสีขาว ภายในบรรจุผงสีน้ำตาล(เลขสารระบบอาหาร อย.10-1-16146-1-0006) ตรวจพบสารควบคุมพิเศษไซโบทรามีน ที่เป็นส่วนผสมในยาลดความอ้วน โดยทำการลักลอบใส่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เมื่อทานแล้วใจสั่น เต้นเร็ว  ลดสัดส่วนได้รวดเร็วแต่เหนื่อยง่ายไม่มีแรง

 


4.ผลิตภัณฑ์กาแฟลดอ้วนVasane บนเว็บไซต์บิวตี้ฟูล ช้อป ออนไลน์ ที่โฆษณาเกินจริงอ้างรับประทานหนึ่งกล่องลดได้ 1-3 กิโลกรัม


5.ผลิตภัณฑ์กาแฟลดอ้วน เซ็กซี่ ค้อฟฟี่  ที่โฆษณาเกินจริง


6.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดอ้วน เลดี้ สลิม


7.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดอ้วน แอล-คานีทีน


8.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แอล-คานีทีน พลัส ไม่มีเลขสารระบบอาหาร


9.ผลิตภัณฑ์อาการเสริมลดอ้วน บาลานซ์ ลักษณะแคปซู,สีขาว ไม่ระบุ เลขสารระบบอาหาร ไม่ได้รับการตรวจสอบจากอย. และตรวจพบสารไซบูทรามีน


10. ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก บอดี้ บาลานซ์

 

 

 

นางจิตรา เศรษฐอุดม นักวิชาการอาหารและยา ด้านมาตรฐานอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำหนักเพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะอ้วนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคเรื้อรังต่างๆ ทำให้การโฆษณาขายผลิตภัณฑ์หรืออาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนักจำนวนมาก แม้จะมีการควบคุมในส่วนยาหลักประเภทวัตถุออกฤทธิ์ทางประสาทประเภท 2 ให้มีการบริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนกว่า 40 ล้านเม็ดในปี 2545 เหลือเพียง 9.9 ล้านเม็ดในปี 2552 แต่ปรากฎว่าอุตสาหกรรมอาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ได้ขอรับอนุญาตการโฆษณาจากทางองค์การอาหารและยากลับมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการจำหน่ายผ่านทางไปรษณีย์และทางอินเตอร์เน็ต


"ในปี 2552 มีการตรวจจับคดีโฆษณาสรรพคุณเกินจริง จากเดิม 160 คดีในปี 2551 เป็น 237 คดี โดยอาหารเสริมลดอ้วนยอดฮิตที่โฆษณาเกินจริงนั้น มักอยู่ในรูปแบบของอาหารเสริม สมุนไพร กาแฟลดน้ำหนัก นอกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้แล้ว ยังมีเครื่องมือทางการแพทย์และอุปกรณ์อีกหลายชนิดที่อวดอ้างว่าสามารถลดน้ำหนักได้


แต่ไม่มีข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าสามารถลดน้ำหนักได้จริง กระจายอยู่ตามคลินิกและศูนย์ลดน้ำหนักต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลเสียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้" น.พ. พิพัฒน์ กล่าว


น.พ. พิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า องค์การอาหารและยาได้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ซึ่งได้รับทั้งความร่วมมือและไม่ได้รับ เนื่องจากผลที่ได้จากการโฆษณาคุณค่ามากกว่าเงินที่ต้องเสียค่าปรับ ทำให้ปัญหาดังกล่าวขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับผู้ค้ารายย่อยในเชิงสุขภาพเพิ่มขึ้น ล่าสุด อย. ได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ (ศรร.) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูลข่าวสารที่เข้าข่ายผิดกฏหมายหรือมีการโฆษณาเกินจริง และหากมีเบาะแส พบเห็นโฆษณาสินค้าที่เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค สามารถแจ้งได้ที่ โทร 1556 หรือ ตู้ปณ. 1556 อ.เมือง จ.นนทบุรี


ด้าน ศ. เกียตริคุณ พญ. ชนิกา ตู้จินดา ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. กล่าวถึงเรื่องโรคอ้วนว่า เป็นปัญหาระดับโลก โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น จากรายงานขององค์การอนามัยโลกในปี 2549 ระบุว่า เด็กทั่วโลกที่มีปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน สูงถึง 155 ล้านคน และในจำนวน 30 - 45 ล้านคนป่วยเป็นโรคอ้วน ในยุโรปเพิ่มสูงขึ้นถึงปีละ 400,000 คน ซึ่งเด็กผู้หญิงมีแนวโน้มอ้วนกว่าเด็กผู้ชาย ส่วนประเทศไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2539 - พ.ศ. 2544) เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี อ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เด็กอนุบาลและประถมศึกษาร้อยละ 15 โดยโรงเรียนในกรุงเทพมหานครมีสถิติอ้วนสูงสุดร้อยละ 20 และร้อยละ 30 - 80 ของเด็กเหล่านี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ยังคงอ้วนและป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังต่างๆ ต่อไป

 


"เนื่องจากกระแสวัยรุ่นที่นิยมเทรนเกาหลี "ผอม ขาว หน้ากลม ผมม้า ตาโต" ทำให้เด็กและวัยรุ่นจำนวนมากนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สมุนไพร และยาลดน้ำหนักมาใช้เองอย่างไม่ถูกต้องจากคำบอกเล่าของเพื่อน คนใกล้ชิด หรือคำโฆษณาที่อวดอ้างเกินจริง ทำให้เกิดปัญหาและผลแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา ดังนั้นผู้ปกครอง ครู และสื่อมวลชนต้องให้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เด็กเกิดความเข้าใจที่ผิด" พญ. ชนิกา กล่าว


จากนั้น ศ.พญ. วรรณี นิธิยานนท์ ประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุง กล่าวว่า เครือข่ายคนไทยไร้พุงที่ประกอบด้วยสมาชิกภาคีต่างๆ ได้ร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี มีน้ำหนักและรอบพุงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งใช้หลัก 3 อ. คือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังจัดตั้ง "โรงเรียนไร้พุง" โดยความร่วมมือกับกรุงเทพมหานครและมหาวิทยาลัยต่างๆ นำร่องในโรงเรียนพื้นที่กรุงเทพมหานคร 9 แห่ง และจะกระจายไปทั่วประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้างเด็กไทยไร้พุง ประกอบด้วย 4 มาตรการ คือ 1. การจัดทำระบบข้อมูลพัฒนาการทางกายของนักเรียน 2. ปรับปรุงการบริการด้านโภชนาการ 3. ส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายของนักเรียน และ 4. การสร้างแนวทางร่วมเป็นพลังสู่ความยั่งยืน


ด้าน ศ.นพ. สุรัตน์ โคมินทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในปัจจุบันวิธีการและเทคนิคการลดน้ำหนักพัฒนาไปอย่างมาก เพื่อให้แพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยสามารถติดตามเทคโนโลยีหรือวิธีการลดน้ำหนักได้ทัน ทางกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันฝึกอบรมแพทย์ต่างๆ และสสส. จึงได้จัดงาน การประชุมทางวิชาการระดับนานาชาติ "Obesity Summit Thailand 2010" ขึ้นระหว่างวันที่ 4 - 6 กุมภาพันธ์ 2553 โรงแรมเซ็นทาร่า แกรนด์ แอนด์ บางกอกคอนเวนชั่นเว็นเตอร์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์


"อยากให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในด้านวิชาการ การดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยกระดับและเพิ่มทักษะของแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีความรู้ความชำนาญในการรักษาผู้ป่วย ช่วยให้มาตรฐานคลินิกลดน้ำหนักในประเทศไทยดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งให้ความรู้แก่ภาคอุตสาหกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและควบคุมน้ำหนักอย่างถูกต้อง หากท่านที่สนใจสามารถสอบถามขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.obesitysummit2010.com หรือ โทร. 0-2201-2211 ต่อ 237" ศ.นพ. สุรัตน์กล่าวทิ้งท้าย




MAIN MANU
Home
Editor On Tour
Member
Web Board
Contact Us
About Us
Lesbian Zone
Lesbian Secret (18+)
Variety Zone
Cooking Book
Lesbian Books & Movie Review
Horoscope
It & Program Free Zone
Lesbian Health
News & Event
FRIENDS LINK
ข่าวสารสาระสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ
บล็อกเลสเบี้ยน โดนโดน
สำนักพิมพ์สีม่วงอ่อน
เลสล่าไนซ์
ฟ้าสีรุ้ง กิจกรรมดีดีของกลุ่มชายรักชาย
ทอมดี้ไทย ถูกใจวัยทีน
สะพาน เพื่อนหญิงรักหญิง
รู้ไว้ ป้องกันได้ เมื่อมีรัก

 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.lovepattaya.com